ลาบราโดไลท์ – Labradolite
ลาบราโดไลท์ เป็นที่รู้จักในชื่อ “หินพ่อมด” อันเนื่องมาจากคุณสมบัติที่ช่วยบันดาลให้ผู้สวมใส่เกิดความคิดสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ และทำให้เกิดความคิดแปลกใหม่ หรือ “หินแห่งดวงตาที่สาม” ด้วยความเชื่อว่า ลาบราโดไลท์ช่วยให้เข้าถึงอาณาจักรแห่งความรู้ภายใน รวมถึงภูมิปัญญาที่เหนืออยู่ขึ้นไปได้ ช่วยให้สามารถถ่ายโอนความรู้ทางจิตวิญญาณได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ในประเทศจีน ลาบราโดไลท์ เป็นที่รู้จักในชื่อ “โอปอลจิ๊กเฉี่ย” ถูกขนานนามว่า เป็นหินที่มีพลังหยินหยาง เพราะตัวหินมีความเหลือบประกายสว่างและความมืดในตนเอง สำหรับในวัฒนธรรมตะวันออก ลาบราโดไลท์เป็นที่รู้จักในฐานะ “อัญมณีแห่งปรากฎการณ์” หรือ “อัญมณีแห่งฤดูหนาว”
สรรพคุณของหินลาบราโดไลท์

ทางด้านร่างกาย
- ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ ระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยล้างสารพิษจากผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติในร่างกาย เจ็บป่วยบ่อย แต่หาสาเหตุไม่พบ
- ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เนื่องจากลาบราโดไลท์ช่วยสร้างสมดุลและกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึม ให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานได้ดียิ่งขึ้น
ทางด้านจิตใจ
- เป็นหินที่มีพลังงานสั่นสะเทือนสูงมาก ช่วยเชื่อมผู้สวมใส่ให้สามารถประสานและเข้าใจจิตสำนึกของตนเองได้อย่างถ่องแท้ เพิ่มความสามารถพลังจิต เคลื่อนย้ายจิต ทำนายอนาคต และเรียกคืนอดีต เพื่อให้ผู้สวมใส่ได้รู้และเข้าใจตนเองได้อย่างดี ช่วยปรับสมดุลด้านอารมณ์ ลดอาการวิตกกังวลและซึมเศร้า ก่อให้เกิดสมาธิ ส่งผลให้สามารถมองเห็นปัญหาได้อย่างชัดเจนขึ้น
- ช่วยเพิ่มความมั่นใจในตนเอง เพิ่มความสามารถในการแก้ไขปัญหา พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่ พร้อมกับการผจญภัย เหมาะสำหรับผู้ที่สมาธิสั้น ผู้ป่วยซึมเศร้า ผู้ที่กลัวการเปลี่ยนแปลง ผู้ต่อต้านสังคม หรือผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงห่ามไม่ยั้งคิด
ลาบราโดไลท์เหมาะสำหรับใคร

- เหมาะสำหรับอาชีพที่ต้องใช้ความละเอียด เช่น ครีเอทีฟ นักคิด นักเขียน และศิลปิน
- หินประจำวันเกิด
ผู้ที่เกิดวันพุธ (มากที่สุด) เสริมความขยันขันแข็ง มั่งคั่งรํ่ารวย มีบริวารมากมาย และยังเหมาะสำหรับผู้ที่เกิด
ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ เสริมความมั่งคั่งรํ่ารวย
ผู้ที่เกิดวันจันทร์ เสริมอำนาจ ความขยันขันแข็ง
ผู้ที่เกิดวันอังคาร อายุยืนยาว มีทรัพย์สินมากมาย และผู้ที่เกิด
ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี เสริมมั่งคั่งร่ำรวย ผู้ใหญ่รัก เมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู
*** ไม่เหมาะสำหรับ ผู้ที่เกิดวันศุกร์ และวันเสาร์ ตามความเชื่อว่า ถ้ามีติดตัวไว้จะมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้สวมใส่
- เหมาะสำหรับราศี ตุลย์ มีน กุมภ์ และ กันย์
คุณสมบัติทางกายภาพ

ชนิดและประเภท : เฟลสปาร์ (Feldspar หรือ tectosilicate)
โครงสร้างผลึก : ไตรคลีนิค (Triclinic)
สี : เทา ,น้ำตาล ,เขียว ,ฟ้า ,เหลือง ,ไม่มีสี
ค่าความแข็งตาสเกลของโมร์ : 6 – 6.5
สีของผงรอยแตก : สีขาว
ความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity) : 2.68 - 2.72
คุณสมบัติพิเศษ : ลาบราดอร์เลสเซนต์ (Labradorescence (iridescent))
แหล่งที่พบ: แคนาดา ยูเครน ออสเตรเลีย เม็กซิโก นอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา มาดากัสการ์ นิวฟาวน์แลนด์ และ รัสเซีย

ลาบราโดไลท์ (Labradorite) เป็นชนิดแร่ในกลุ่มแพลคจิโอแคลด (Plagiocase) ของแร่เฟลด์สปาร์ ที่มีจุดเด่นในการแสดงปรากฎการณ์ทางแสงในเนื้อแร่(Shiller's effect) คือ ลาบราดอร์เรสเซนต์ (labradorescence) เนื้อหินมักเป็นสีเทาเขียว สีเทาเข้ม สีเทาดำหรือสีเทาขาว เมื่อมองเข้าไปในเนื้อ จะประกอบไปด้วยชั้นของเนื้อแร่ ที่จะเกิดการหักเหแสงเป็นจุดๆ หรือทั้งแนว เป็นแสงสีรุ้งแบบหางนกยูง สีน้ำเงิน สีทอง สีเขียวซีด หรือสีแดงแบบทองแดง โทนสีอาจะเป็นสีน้ำเงินเข้มที่ แตกต่างกันไปภายในแสง แสดงเฉดสีจากสีน้ำเงินที่เข้มมากไปจนถึงเฉดสีอ่อน ชิ้นที่มีการเหลือบแสงที่ดูสวยงามและชัดเจนที่สุด มักถูกคัดให้เป็นชิ้นที่มีราคาแพง ถูกค้นพบครั้งแรกที่เมืองลาบราดอร์ (Labrador) รัฐนิวฟาวแลนด์ (Newfoundland) ประเทศแคนาดา โดยกลุ่มมิชชันนารีชาวโมราเวียน(ปัจจุบันเป็นกลุ่มชนในประเทศเชค) ในปี ค.ศ. 1770 ซึ่งก็เป็นผู้ตั้งชื่อแร่ชนิดนี้ จากชื่อเมืองที่พวกเข้าค้นพบ และกลายเป็นอัญมณีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรป ช่วงคริสตศตวรรษที่ 18 และ 19

ชนิดของลาบราโดไลท์ที่หายาก ได้แก่ ลาบราโดไลท์สีทอง (Golden Labradorite) มีลักษณะสีเหลือบทอง หรือเป็นสีแบบแชมเปญ และสเปคโตรไลท์ (Spectrolite) ซึ่งเป็นลาบราโดไลท์ที่มีเนื้อแน่นและแสดงสีสันได้หลายสี โดยทั้งหมดได้ถูกค้นพบในฟินแลนด์ในปี ค.ศ. 1940
การเกิดของลาบราโดไลท์
ลาบราโดไลท์เป็นชนิดแร่ในกลุ่มแพลคจิโอแคลด (Plagiocase) ของแร่เฟลด์สปาร์ ที่มักพบมากในหินอัคนีสีเข้ม (Mafic Igneous Rock) เช่น หินบะซอลต์ หินแกรบโบ (Grabbro) และหินโนไรต์ (norite) นอกจากนี้ยังพบในหินอัคนีชนิดอะนอร์โธไซต์ (anorthosite) ซึ่งเป็นชนิดหินอัคนีที่ลาบราดอร์ไลท์สามารถเกิดได้สมบูรณ์มากที่สุด
ตำนาน และเรื่องเล่าเกี่ยวกับลาบราโดไลท์

“ในตำนานโบราณลาบราดอร์ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องรางอัญมณีแห่งฤดูหนาว และในวัฒนธรรมตะวันออกเป็นที่รู้จักในฐานะ "อัญมณีแห่งปรากฎการณ์" ที่จะสวมใส่ในวันเสาร์ อัญมณีอัญมณีที่มีเส้นเคลื่อนไหวได้ เหมือนดวงดาว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวที่ทิศทางแสงแตกต่างกัน และเชื่อกันว่า สามารถนำความโชคดีมาสู่ผู้สวมใส่”

“ชนเผ่าพื้นเมืองชาวอินุอิต (กลุ่มหนึ่งของชาวเอสกิโม) ในแคนาดา ซึ่งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ อ้างว่า ลาบราโดไลท์ชิ้นแรกได้หลุดและตกลงมาจากแสงเหนือ (Aurora Borealis) ซึ่งเกิดจากไฟที่จุดโดยบรรพบุรุษของพวกเขา พวกเขาเชื่อว่าลาบราโดไลท์สามารถส่องแสง จากแหล่งกำเนิดแสงที่ลึกลับ จากอาณาจักรที่มองไม่เห็น”

“นอกจากนี้ยังมีตำนานที่เล่าถึงนักรบชาวอินุอิตที่พบลาบราโดไลท์คนแรก จากการหาสาเหตุของการหายไปของแสงเหนือ และพบลาบราโดไลท์ที่มีแสงที่มีลักษณะแบบเดียวกับแสงเหนือ จึงใช้หอกทำลายลาบราโดไลท์เพื่อปลดปล่อยแสงเหนือ แต่ก็ไม่สามารถทำให้แสงเหนือออกมาจากลาบราโดไลท์ทั้งหมดได้ (เข้าใจว่าน่าจะใช้หอกทุบจนลาบราโดไลท์แตกละเอียด ก็ยังพบว่ามีการเหลือบแสงจากชิ้นที่แตกของลาบราโดไลท์อยู่ดีนั่นเอง)”

“ชาวฟินแลนด์มักฝังชิ้นขิงลาบราดอร์ไลท์ในพื้นดินของทุ่งนาของพวกเขา เพื่อใช้ลาบราโดไลท์ในการบูชาภูติแห่งดิน”
สิ่งประดิษฐ์ที่มีการขุดพบในรัฐเมน (Maine) ประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นถึงการใช้ลาบราโดไลท์โดยชนเผ่าอินเดียนแดง กลุ่มอัลกอนคิน (Algonquin)
“มีการกล่าวว่า ผู้ที่สนใจลาบราโดไลท์หินชนิดนี้มีรากฐานหรือสืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษในอาณาจักรแอตแลนติส”
บทความหิน
บทความอื่นๆที่น่าสนใจ
ชี้เป้า! สถาบันตรวจหินยอดนิยม สำหรับพ่อค้าแม่ค้า
ซูอันไกด์มัดรวมมาให้แล้ว กดแชร์ไว้อ่านได้เลย
ไขข้อสงสัย ทำไมเกรดหินของร้านค้าส่งแต่ละร้านจึงไม่เหมือนกัน
การแบ่งแยกเกรดหินในตลาดหินโลกนั้น มีความหลากหลายและยิบย่อยมาก หากท่านเป็นมือใหม่ในวงการตลาดหินควรอ่าน
ทำบุญประจำปี 2566 ณ จังหวัดกาญจนบุรี
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 ผู้บริหารและพนักงานร้านซูอันหินมงคล ร่วมกับ สมาชิกอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เขตบางแค และเหล่าสหายร่วมธรรม ได้เดินทางไปยัง จังหวัดกาญจนบุรี ณ วัดพุถ่องเจริญธรรม
มาลาไคต์ – Malachite
มาลาไคต์ เป็นที่รู้จักในชื่อ “หินแห่งการเดินทาง” อันเนื่องมาจากคุณสมบัติที่ปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายจากการเดินทาง มีพลังป้องกันอุบัติเหตุ